วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยฯ ร่วมรณรงค์ “ประชาธิปไตยเห็นต่างได้ไม่ใช้ความรุนแรง”

ธีรยุทธ ชี้ สังคมจะสงบสุขได้  ต้องชื่นชม ความแตกต่าง หวังสร้างเยาวชนเป็นกำลังหลักแนวคิดประชาธิปไตย  แก้ปัญหาความขัดแย้ง

วันนี้ (25 ก.ค.)เมื่อเวลา 9.30 น.  ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยร่วมกับเครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทย หยุดใช้ความรุนแรง ได้จัดกิจกรรมรณรงค์ดอกไม้บานหลากสีที่กรุงเทพมหานคร  โดยมีกิจกรรมที่น่าสนใจจำนวนมากอาทิขบวนรณรงค์ “แต้มสีดอกไม้บานทั้งแผ่นดิน”     การจัดประกวดวาดภาพ “ดอกไม้บานหลากสีที่กรุงเทพฯ” โดยมีนักเรียนนักศึกษาชั้นมัธยมต้น มัธยมปลาย และอุดมศึกษาเข้าร่วมประกวดกว่า 300 คน 

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ) กล่าวเปิดงานว่า กิจกรรมที่เครือข่ายดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีที่นำประชาธิปไตยมาสื่อสารผ่านงานศิลปะ และการที่เด็ก ๆ เยาวชนมีความกระตือรือร้นที่อยากจะเข้าร่วมกิจกรรมนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก และเพื่อนครูที่เข้าร่วมในกิจกรรมนี้จะนำไปประยุกต์ในหลักสูตรการศึกษาของนักเรียนนักศึกษา ทั้งนี้สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็มีอยู่แล้วในหลักสูตรการศึกษาของนักเรียนนักศึกษา แต่ขึ้นอยู่กับวิธีการที่แต่ละสถาบันจะนำเสนอ ซึ่งโรงเรียนสามารถนำแนวคิดความเป็นประชาธิปไตยเข้าร่วมบูรณาในการเรียนการสอนได้ และเด็กสามารถแสดงความคิดเห็นผ่านทางศิลปะที่เป็นการบ่มเพาะทางประชาธิปไตย 

ด้านพล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า  การจัดงานครั้งนี้เป็นความพยายามของเครือข่ายในการจัดหาพื้นที่ในการทำกิจกรรมของเยาวชนผ่านงานศิลปะ เพื่อทำให้เกิดการอยู่ร่วมกันของเยาวชนโดยไม่มีการแบ่งกลุ่มหรือแบ่งข้างแต่เป็นของทุกกลุ่ม ซึ่งจะมีโครงการภายใต้เครือข่ายหยุดทำร้ายประเทศไทยฯ อีกหลายโครงการ โดยโครงการต่อไปก็จะเป็นการจัดดนตรี และงานวิชาการอีกมากมายที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยให้ไปข้างหน้า

“ขณะนี้ประเทศของเรามีความขัดแย้งอย่างมาก เราต้องปลูกฝังเด็กให้รับรู้ว่าการขัดแย้งไม่เกิดประโยชน์เราจะต้องให้ความรู้เชิงป้องกันมากกว่าให้ความรู้ระยะสั้น ไม่ใช่ว่าขัดแย้งแล้วจะมาแก้ปัญหา”ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า กล่าว

ด้านนายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมศาสตร์และมนุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า  ความสมานฉันท์ก็พยายามทำกันมาตั้งนานแล้ว แต่ขณะเดียวกันมันก็มีปัญหาเกิดขึ้น ซึ่งปัญหาเหล่านั้นก็จะทำให้เกิดการพัฒนา และประชาธิปไตยแบบเสรีนิยมนั้น แก่นแท้ของมันคือความอดทนอดกลั้น ต่อความแตกต่าง ซึ่งขั้นต่อมาก็คือการยอมรับความแตกต่างและชื่นชมความแตกต่าง เรายอมรับว่ามันเป็นความดีความงามได้ ซึ่งตลอดระยะเวลาในการต่อสู้ทางการเมืองกันมากว่า 40 ปี ตั้งแต่ปี 2516 ในที่สุดก็จะพัฒนาไปสู่ความหลากหลายความแตกต่างทางความคิด ความเชื่ออุดมการณ์ผลประโยชน์ทัศนคติ วิธีแก้ปัญหาก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าความอดทนอดกลั้นเหมือนที่ตนได้บอกไว้ 

“งานวันนี้ก็เอาธรรมชาติของเด็กมาใช้ เพราะเด็กชอบความงามแบบหลากหลาย แต่อยู่ร่วมกันได้ เหมือนหลากหลาย แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก พอโตมามีจริตจะกร้านมากสีเหล่านี้ก็หายไป เพราะฉะนั้นการแสดงออกที่งดงามมักจะเป็นการแสดงออกของเด็ก พอแก่ตัวไปก็จะมีกรอบความคิดมีทฤษฏีที่ทำให้ความคิดแข็งมากขึ้น  และตั้งแต่ 14 ตุลา 2516 ที่ทำกันมาประชาธิปไตยก็ยังไม่งอกงาม และตอนนี้เราจึงจำเป็นต้องหันมาให้ความสำคัญในเรื่องรากฐานคือเด็กและเยาวชนมากขึ้น เราควรสอนให้เด็กเคารพสิทธิตัวเองและสิทธิของผู้อื่น เคารพตัวเองก็ต้องต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเองและสิทธิของผู้อื่นด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับผลการตัดสินการประกวดวาดภาพ “ดอกไม้บานหลากสีที่กรุงเทพฯ” ซึ่งแบ่งเป็น 3 ระดับปรากฎผลดังนี้ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นรางวัลชนะเลิศได้แก่ด.ญ.ภัคจิรา เอกสิริ ชั้นม.3 โรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย  ระดับมัธยมศึกษาศึกษาตอนปลายรางวัลชนะเลิศได้แก่นายณัฐวุฒิ ชูมโนทรรศน์  โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ระดับอุดมศึกษารางวัลชนะเลิศได้แก่ นายเสฏสิทธิ์ เสนนีย์วงศ์ ณ อยุทธยา คณะมัณฑนศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร

โดยด.ญ. ภัคจิรากล่าวถึงภาพวาดว่า ภาพวาดของตนนั้นแสดงให้เห็นถึงจิ๊กซอของสังคมไทยที่มาช่วยกันต่อจิ๊กซอ และทำให้เกิดความรู้สึกของความสามัคคีร่วมกันโดยภาพวาดนี้ตนได้รับแรงบันดาลใจ จากกรณีที่สังคมไทยในปัจจุบันนี้มีแต่ความรุนแรง 

ขณะที่นายณัฐวุติกล่าวว่า ภาพวาดของตนเป็นภาพวาดของปากที่มีดอกไม้หลุดออกมาจากปากของผู้พูด ซึ่งหมายความว่าถึงจะมีความคิดที่แตกต่างกันอย่างไรก็ขอให้พูดกันดี ๆ เพราะปัจจุบันนี้ทุกฝ่ายมีแต่แก้ปัญหาด้วยความรุนแรง

นายเสฏสิทธิ์กล่าวว่า ภาพวาดของตนเป็นภาพสัตว์ประหลาดที่อยู่บนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเปรียบเป็นตัวปัญหาทำลายประเทศ แต่พอเห็นคนในประเทศมาทำลายกันเอง ตัวสัตว์ประหลาดที่อยู่บนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิก็เห็นว่าตนไม่ต้องทำหน้าที่สัตว์ประหลาดแล้ว เพราะคนในชาติเป็นสัตว์ประหลาดที่ทำร้ายกันเองแทนแล้ว

ขณะที่นายสังคม ทองมี ผู้อำนวยการศูนย์ศิลป์สิรินธรกล่าวว่า สำหรับภาพของเด็กที่ชนะเลิศในแต่ละระดับนั้น ในแต่ละแนวคิดแตกต่างกันการตัดสินจึงต้องแตกต่างกันตามไปด้วย ซึ่งในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นนั้นความหมายของภาพยังไม่เด่นชัด แต่ในรุ่นมัธยมศึกษาตอนปลายนั้นสามารถตัดสินได้อย่างง่ายดายเพราะการสื่อความคิดค่อนข้างเด่นมาก ส่วนระดับอุดมศึกษานั้นจะมองในเรื่องแนวคิดของความเป็นหนุ่มสาวเป็นผู้ใหญ่ที่มีความคิดสร้างสรรค์และความคิดประชาธิปไตยเป็นหลักในการพิจารณาควบคู่ไปกับองค์ประกอบอื่นนอกจากความงามและเทคนิค

อย่างไรก็ตามสำหรับการรณรงค์แต้มสีดอกไม้ประชาธิปไตย ทั้งแผ่นดินมีการกระจายทีมงานเยาวชนไปตามพื้นที่ต่างๆของ กทม. โดยมีป้ายผ้าให้ประชาชนได้ร่วมระบายสีดอกไม้ประชาธิปไตยตามความต้องการ โดยกลุ่มเยาวชนได้เป็นตัวแทนในการร่วมรณรงค์ในหัวข้อ ประชาธิปไตยเห็นต่างได้  ไม่ใช้ความรุนแรงเพื่อสร้างกระแสให้กับประชาชนใน กทม .เพื่อเป็นการส่งต่อให้กับประชาชนในพื้นที่อื่นๆทั้งประเทศ  โดยมีพื้นที่ 7 จุดหลักคือ  บริเวณลานพาร์คสยามพารากอน ,  หน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง,   ท่าพระจันทร์, วังหลัง,ท่าช้าง,  บริเวณตลาดนัดจตุจักร และบริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว โดยมีการนำป้ายผ้าที่ประชาชนร่วมระบายสีทั้ง5จุดมาขึงต่อกันที่ลานสกายวอล์ค  หน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น