ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (29 ก.ค.) ว่า เวลา 08.30 น. ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานงานวันภาษาไทยแห่งชาติ ประจำปี 2552 พร้อมมอบรางวัลแก่ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยและภาษาถิ่นดีเด่น จำนวน 22 คน และศิลปินผู้ได้รับรางวัลการประพันธ์คำร้องและการขับร้องเพลงดีเด่น จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.) กระทรวงวัฒนธรรม
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้มอบรางวัลแก่ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย ผู้ใช้ภาษาไทยและภาษาถิ่นดีเด่น จำนวน 22 คน ปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย พ.ศ.2552 ได้แก่ รางวัลเชิดชูเกียรติปูชนียบุคคลด้านภาษาไทย จำนวน 7 ราย ได้แก่ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต)ศาสตราจารย์เกียรติคุณเจตนา นาควัชระ นายชวน หลีกภัย นาวาเอกทองย้อย แสงสินชัย นายสมบัติ พลายน้อย ศาสตราจารย์กิตติคุณสุมน อมรวิวัฒน์ ศาตราจารย์ (พิเศษ) เสถียรพงษ์ วรรณปก
รางวัลผู้ใช้ภาษาไทยดีเด่น จำนวน 8 ราย ได้แก่ นายกิตติ สิงหาปัด นายกุลชาติ เทพหัสดิน ณ อยุธยา นายชูชาติ ชุ่มสนิท นายธงชัย ประสงค์สันติ รองศาสตราจารย์ประพนธ์ เรืองณรงค์ ร้อยเอกนายแพทย์ยงยุทธ มัยลาภ ศาสตราจารย์รื่นฤทัย สัจจพันธ์ นายโรจน์ งามแม้น (เปลว สีเงิน)
รางวัลผู้ใช้ภาษาไทยถิ่นดีเด่น จำนวน 6 ราย ได้แก่ นายเจริญ มาลาโรจน์ (มาลา คำจันทร์) นางบัวซอน ถนอมบุญ นายณรงค์ พงษ์ภาพ (นภดล ดวงพร) นางราตรี ศรีวิไล นายสาทร ดิษฐสุวรรณ นายเอกชัย ศรีวิชัย สำหรับรางวัลการประกวดเพลง ในโครงการเพชรในเพลง ประเภทเพลงไทยสากล ได้แก่ เพลงค่าน้ำนม ผู้ประพันธ์ นายไพบูลย์ บุตรขัน ประเภทเพลงไทยลูกทุ่ง ได้แก่ เพลงยอยศพระลอ ผู้ประพันธ์ นายพยงค์ มุกดา ส่วนรางวัลผู้ขับร้องเพลงไทยสากลดีเด่น ด้านภาษาไทย ได้แก่ นายธงไชย แมคอินไตย์ น.ส.ธนพร แวกประยูร นายสุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว
นายกรัฐมนตรี กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลทุกคน พร้อมกล่าวว่าภาษาไทยเป็นมรดกสมบัติวัฒนธรรมที่ล้ำค่าที่พระมหากษัตริย์ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งสุโขทัยได้สร้างสรรค์มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นสมบัติที่มีส่วนสำคัญในการหลอมรวมประชาชนคนไทยให้มีความเป็นหนึ่งเดียวและมีความตระหนักในอัตลักษณ์และคุณค่าของความเป็นไทยมาโดยตลอดดังนั้น กิจกรรมที่ส่งเสริมภาษาไทยและการใช้ภาษาที่ถูกต้องจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ รัฐบาลจึงได้มีมติคณะรัฐมนตรีมาตั้งแต่ปี 2542 และได้ดำเนินงานทางด้านนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยในปัจจุบันกระทรวงวัฒนธรรมและสถานศึกษา สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในสังกัดกระทรวงและภาคเอกชนได้เข้ามาร่วมทำกิจกรรมที่ส่งเสริมในเรื่องของภาษาไทยด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกให้ได้รับรางวัลด้านภาษาไทยถือว่ามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษาไทย ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อประชาชนและสังคมไทย การใช้ภาษาที่ดีไม่ว่าจะเป็นเพื่อการพูด การเขียน การขับร้องหรือการประพันธ์ล้วนแล้วแต่มีคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับการสืบทอดและสืบสานการใช้ภาษาไทยที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม การใช้ภาษาในปัจจุบันถือเป็นเรื่องที่ท้าทายสำหรับผู้ที่ทำงานทางด้านนี้ในปัจจุบันและในอนาคต
นายอภิสิทธิ์ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ข้ามพรมแดน หมายถึง การรับวัฒนธรรมและภาษาจากต่างประเทศเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น ซึ่งตรงนี้ได้ส่งผลกระทบต่อการใช้ภาษาของคนไทย โดยสังเกตได้จากการใช้ภาษาผ่านสื่อสารมวลชน สื่ออิเล็กทรอนิกส์ อินเทอร์เน็ตและการใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนไทยสามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง อาทิ การพูดหรือการเขียน อีกทั้ง ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทางเทคโนโลยีที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นสื่ออินเทอร์เน็ตหรือห้องสนทนาต่าง ๆ จะมีภาษาซึ่งเป็นภาษาเฉพาะที่มุ่งเน้นในเรื่องความรวดเร็ว ความกระชับ ความสั้น จึงทำให้มีการใช้ภาษาที่ถูกและผิดบ้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งท้าทายสำหรับผู้ที่ทำงานในการที่จะส่งเสริมและอนุรักษ์ภาษาไทย
พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีได้แสดงทัศนะคติว่า การสืบทอดและสืบสานการใช้ภาษาคงไม่ได้หมายความว่า ภาษานั้นจะคงอยู่แบบตายตัว ซึ่งความเป็นจริงแล้วภาษาที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแตกต่างจากภาษาที่คนไทยใช้หลายสิบปีหรือหลายร้อยปี เพราะภาษาเป็นสิ่งที่สะท้อนเรื่องของความคิดและสภาพความเป็นจริงที่มีอยู่ ฉะนั้น ผู้ที่ทำงานทางด้านภาษาต้องรณรงค์ให้มีการใช้ภาษาที่ถูกต้องและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และหาความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ในลักษณะของการคงไว้ กับการทำให้ภาษานั้น สามารถมีวิวัฒนาการและสามารถถ่ายทอดความคิดของคนไทยโดยคงความเป็นไทยเอาไว้ให้ได้ด้วย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทุก ๆ หน่วยงานต้องร่วมรณรงค์ภาษาไทยให้คงอยู่ต่อไป
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น